ชาใบข้าว คือ ผงชาที่มาจากการตัดใบข้าวก่อนเช้ามืด คือชาที่มาจากชาวบ้านโดยตรง คือชาที่มาจากผู้สูงอายุบ้านนาไผ่และหมู่บ้านใกล้เคียงที่สนใจด้วยภูมิประเทศอยู่ภาคเหนือที่ธรรมชาติแล้วชลประทานที่ดีทำให้ปลูกข้าวได้เพียงปีละ 1 ครั้งในช่วงฤดูฝน และต้องเสี่ยงกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่แน่นอในปัจจุบันทำให้ 2 ปีที่ผ่านมาประสบปัญหาด้านภัยแล้งทำให้ผลผลิตของข้าวได้จำนวนที่ลดลงชุมชนส่วนใหญ่ขาดโอกาสสร้างรายได้ช่าวงนอกฟดูฝนอยู่แล้ว ยังพบปัญหารายได้ลดลงเกิดปัญหาการกู้เงินทำให้มีหนี้สินใครัวเรือนสูง โชคดีที่ปัญหาการกู้หนี้นอกระบบน้อยมากในชุมชนบ้านนาไผ่ และหมู่บ้านใกล้เคียงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยมีอายุ 60ปีขึ้นไปเป็นจำนวนมากในหมู่บ้านซึ่งทำให้กำลังวังชาในการประกอบอาชีการเกษตรลดลง บางรายไม่สามารถปลูกข้าวที่เคยทำได้อีกทั้งมีความรู้น้อยไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นได้ จึงเป็นภาระกับลูกหลานและชุมชนผู้สูงอายุเกิดความเครียดซึมเศร้า จนเจ็บป่วยเนืองๆ ชาใบข้าวมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด  ชาใบข้าวเหนียวก่ำ  ชาใบข้าวหอมมะลิ     ชนิดที่1 ชาแรกชาใบข้าวเหนียวก่ำออร์แกนิคมีเฉพาะทางภาคเหนือจึงทำให้ชาใบข้าวเหนียวก่ำมีกลิ่นหอมและรสชาติเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครได้ทำการเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวจนกลายเป็นต้นข้าวดูแลให้เติบโตและได้ใบข้าวอ่อนสีเข้มในอายุ 14วัน ซึ่งเป็นช่วงใบข้าวเหนียวก่ำมีคุณค่าสูงสุด ให้กลิ่นหอมสูงสุดเราตัดข้าวอย่างทะนุถนอมแต่เช้าตรู่เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณค่าจากการสัมผัสแสงแดดจึงนำเข้ากระบวนการอบใบข้าวอย่างพิถีพิถัน จนได้เป็นชาใบข้าวทรงคุณค่า ปราศจากเคมีอย่างสิ้นเชิง ชนิดที่ 2 ต่อมาชาใบข้าวหอมมะลิ เริ่มต้นจากการเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ออร์แกนิคให้เติบโตเป็นต้นข้าวจนได้ใบข้าวอ่อนในช่วงอายุ 14 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ใบข้าวมีคุณค่าสูงสุด ให้กลิ่นหอมสูงสุด เราตัดใบข้าวอย่างทะนุถนอมแต่เช้าตรู่ เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณค่าจากการสัมผัสแสงแดด จากนั้นบรรจงผ่านกระบวนการอบใบข้าวที่อุณหภูมิ100 องศาใช้เวลา 20นาที นำใบข้าวที่อบแห้งแล้วนำมาตัดให้ละเอียด นำใบข้าวที่ที่ตัดเรียบร้อยเข้าเครื่องปั่นหยาบ 20 วินาที นำเข้าเครื่องปั่นละเอียดต่อ 30 วินาที นำใส่เครื่องกรองเพื่อให้ได้ผงชาที่ละเอียด อย่างพิถีพิถัน จนได้เป็นชาใบข้าวทรงคุณค่า ปราศจากเคมีอย่างสิ้นเชิง