Chabaikhao

Chabaikhao

ข้าวกล้องงอก กับกลิ่นแห่งเรื่องราวธรรมชาติ

🌾 ข้าวกล้องงอกหอมละมุน…กลิ่นนี้มีความหมาย หลายคนเปิดถุง “ข้าวกล้องงอกสีนิล” หรือ “ข้าวกล้องงอกไรซ์เบอรี่”  แล้วแอบงงนิด ๆ «“กลิ่นจะอี้…มันปกติก่อ?”» วันนี้อยากชวนมาฮู้จักกลิ่นนี้ใหม่… บอกเลยว่า…ถ้าเข้าใจ๋แล้ว จะยิ่งรู้สึกดี และมั่นใจ๋ในข้าวตี้เฮากำลังกิ๋นอยู่ 🥰 — 🌱 กลิ่นนี้…คือ “สัญญาณของข้าวมีชีวิต”… ข้าวกล้องงอก บ่แม่นข้าวธรรมดาเน้อ มันคือเมล็ดข้าวตี้กำลัง “ตื่น” ตอนแช่น้ำ  เมล็ดข้าวจะเริ่มทำงาน เอนไซม์ในเมล็ดจะเปลี่ยนแป้ง → เป็นน้ำตาล โปรตีน → เป็นกรดอะมิโน 👉 ตรงนี้ล่ะสำคัญ โดยเฉพาะข้าวสีนิล กับ ไรซ์เบอรี่ ตี้มีสารอาหารแน่น ๆ อยู่แล้ว พอมันเริ่มงอก จะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ…

ฟินอลิก-ฟลาโวนอยด์ สุดยอดประโยชน์เพื่อสุขภาพจากชาใบข้าว

ฟินอลิก-ฟลาโวนอยด์

“ชาใบข้าว” อีกหนึ่งผลผลิตเพื่อสุขภาพจากต้นข้าว ชาใบข้าว ถือเป็นอีกหนึ่งผลผลิตจากต้นข้าวอ่อน ที่อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทำให้ชาใบข้าวออร์แกนิกกลายเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ โดยตัวชาใบข้าวจะผลิตจากต้นข้าวอ่อนหรือเป็นต้นกล้าของข้าวหอมมะลิ อายุ 14 วัน ทำให้ได้ชาใบข้าวที่มีความหอมเฉพาะตัว และยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะสารฟินอลิกและสารฟลาโวนอยด์ ไปดูกันว่าสารทั้ง 2 ชนิดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง? สารฟินอลิกในชาใบข้าว คืออะไร? สารฟินอลิก หรือ กรดฟินอลิก เป็นกลุ่มสารที่สามารถพบได้ในชาใบข้าว พืชผัก สมุนไพร และเมล็ดธัญพืชหลายชนิด สำหรับพืชสารฟินอลิกถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการเจริญเติบโต แต่ความน่าสนใจของสารชนิดนี้อยู่ตรงฟินอลิกที่มีด้วยกันหลายชนิด ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นตัวช่วยขจัดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่จะเข้าไปทำลายโมเลกุลสารในร่างกาย ทำหน้าที่กำจัดอนุมูลอิสระ สารฟินอลิกมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างไร? ช่วยชะลอและป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ สารฟลาโวนอยด์ในชาใบข้าว คืออะไร? ฟลาโวนอยด์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกหนึ่งกลุ่มที่พบในชาใบข้าว เป็นสารที่มีโครงสร้างโมเลกุลเหมือนกับฮอร์โมนเพศหญิง ส่วนใหญ่มักจะพบในผักผลไม้หลายชนิด กลุ่มของสารฟลาโวนอยด์ แบ่งเป็นกลุ่มย่อยได้…

คลอโรฟิลล์กับสุขภาพ

คลอโรฟิลล์ และคลอโรฟิลลินได้ถูกนำมาศึกษาวิจัยถึงการนำมาใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการบำบัดรักษาโรคในด้านต่างๆ ตั้งแต่ช่วงต้นคริสตทศวรรษ 1940 เช่น การศึกษาถึงการนำคลอโรฟิลลินมาใช้ในการรักษาบาดแผล,การศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของคลอโรฟิลลินในการต่อต้านการอักเสบ, รวมถึงการวิจัยถึงการนำคลอโรฟิลลินมาช่วยในการดับกลิ่นภายในที่เกิดจากแผลผ่าตัด เช่น การผ่าตัดลำไส้ ซึ่งจะเห็นว่าโดยส่วนใหญ่แล้วในการศึกษาวิจัยนั่นจะเป็นการศึกษาวิจัยโดยใช้คลอโรฟิลลินเป็นหลัก เนื่องมาจากคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ของคลอโรฟิลลิน อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น อีกทั้งคลอโรฟิลลินยังมีความเสถียรมากว่าคลอโรฟิลล์อีกด้วย ส่วนในปัจจุบันนี้มีการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของคลอโรฟิลล์ และคลอโรฟิลลินในเรื่องของความสามารถในการยับยั้งสารก่อมะเร็งกำลังเป็นที่สนใจ โดยพบว่าทั้งคลอโรฟิลล์ และคลอโรฟิลลิน สามารถที่จะจับกับโมเลกุลของสารเคมีบางชนิด เช่น benzo(a) pyrene, aflatoxin, และ โลหะหนัก (heavy metal) เป็นต้น ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งได้ เช่น ในงานวิจัยของ Dr. Roderick Dashwood จากมหาวิทยาลัยฮาวายได้มีการทดลองให้คลอโรฟิลลิน แก่สัตว์ทดลองที่ได้รับสารก่อมะเร็ง aflatoxin B1 เข้าไป ผลคือ มีการลดลงของปริมาณ…

ปลูกกะหล่ำปลี

ปลูกกะหล่ำปลี กันเถอะ! เพราะกะหล่ำปลีมีคุณลักษณะเด่นหลายอย่าง คือ มีคุณค่าทางอาหารสูง รสชาติดี รับประทานได้ทั้งดิบและสุก และมีอายุการเก็บรักษาได้นาน นอกจากคุณลักษณะทางกายภาพแล้ว กะหล่ำปลีเป็นพืชผักที่อุดมไปด้วยวิตามินซี รวมทั้งยังมีสารต่อต้านการก่อตัวของโรคมะเร็งด้วย ซึ่งการรับประทานกะหล่ำปลีดิบทําให้ได้รับวิตามินซีอย่างเต็มที่ เนื่องจากวิตามินซีนั้นสูญเสียได้ง่ายจากการได้รับความร้อน สมัยก่อนกะหล่ำปลีปลูกได้ดีเฉพาะในฤดูหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมามีการคิดค้นพันธุ์ทนร้อน ทำให้ในปัจจุบันมีการปลูกกะหล่ำปลีได้ดีในทุกฤดูกาล พันธุ์กะหล่ำปลีบ้านเรามีหลายพันธุ์ แยกออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก คือ กะหล่ำปลีธรรมดา เป็นกะหล่ำปลีชนิดนี้มีผู้ปลูกมาก เนื่องจากพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ทนร้อน และมีผู้นิยมบริโภคมากเช่น กัน มีหลายลักษณะทั้งหัวกลม หัวแป้น หัวแหลมรูปหัวใจ และมีตั้งแต่สีเขียวแก่ไปจนถึงสีเขียวอ่อน กลุ่มที่สอง คือ กะหล่ำปลีแดง มีลักษณะหัวค่อนข้างกลม มีสีแดงทับทิม ชอบอากาศหนาวเย็นแบบที่สาม คือ กะหล่ำปลีใบย่น…

ปลูกกะเพรา

ปลูกกะเพรา ไว้กินเองดีกว่า! กะเพราเป็นพืชที่ใช้ใบสดใบอ่อนประกอบอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของอาหารประเภทเนื้อ ช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม และเสริมให้อาหารมีรสชาติดี เรียกได้ว่าผัดกะเพราเป็นอาหารยอดฮิตของคนไทยทีเดียวแต่อย่ามองคุณค่าของใบกะเพราว่าเป็นเพียงแค่อาหารเท่านั้น เพราะการรับประทานกะเพรานอกจากอร่อยแบบไทยๆ แล้ว ยังช่วยลดอาการท้องอืด เนื่องจากกะเพรามีสารช่วยในการย่อยอาหาร ต้นกะเพราจัดเป็นไม้พุ่มเตี้ย อายุยืนนาน ความสูงพุ่มประมาณ 75 เซนติเมตร ลําต้นและใบมีขนเล็กน้อย ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด และปลูกได้ในทุกฤดูกาล แต่ควรเริ่มปลูก ในฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นกะเพรางอกงามได้ดีที่สุด ชอบดินร่วนซุย เช่นเดียวกับพืชผัก ชนิดอื่นๆ พันธุ์กะเพราที่นิยมปลูกในบ้านเรามี 2 พันธุ์ คือ กะเพราแดง และ กะเพราขาว ซึ่งมีข้อแตกต่างกันตรงสีของลําต้นและก้านใบกะเพราแดงนั้นสีของลําต้นและก้านใบจะเป็น สีม่วงแดงคล้ายกับใบโหระพา ส่วนกะเพราขาวนั้นสีของลําต้นและก้านใบจะเป็นสีเขียวอ่อน คล้ายกับแมงลัก การปลูกกะเพราเป็นการค้า นิยมใช้การหว่านเมล็ดมากกว่าการปลูกด้วยกิ่งชํา แต่ในกรณีที่ปลูกเป็นพืชผักสวนครัว ก็ปลูกง่าย ดูแลง่าย…

ตะปูแห่งความโกรธ

The nail of angry

ตะปูแห่งความโกรธ ออร์แกนิคในหัวใจ #2 เรื่องสั้นเกี่ยวกับ ความโกรธ ที่สร้างความสั่นสะเทือนในหัวใจให้คนอ่านได้อย่างสูง อ่านแล้วไม่มีวันลืม เก็บไว้สอนลูกหลานได้ ในภาวะปัจจุบันที่คนเรามีความอดทนต่ำ หัวร้อนเร็วจัด ความเห็นอกเห็นใจน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก ——————————————————————————————– เด็กคนหนึ่งกลับบ้านมาพร้อมรอยฟกช้ำดำเขียวที่ใบหน้าและสีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก พ่อของเขาก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกของเขา เพราะรู้จักนิสัยลูกของเขาดี ที่หงุดหงิดง่าย โดยเฉพาะการพูดจาต่อว่า ทำร้ายจิตใจผู้อื่นเป็นประจำ ทางโรงเรียนก็เชิญไปผู้ปกครองไปพบหลายครั้ง วันนี้พ่อของเขาไม่ทำโทษ ไม่ต่อว่าเด็กน้อยสักคำ แต่ให้ตะปูกับเขา 1 ถุง พร้อมบอกให้เขาสัญญาว่า ”ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโหหรือโกรธใครสักคน หรือพูดจากทำร้ายใคร 1 ครั้ง ต้องตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วไม้ที่หลังบ้าน โกรธหรือพูดทำร้ายใคร 1 ครั้ง ให้ตอก 1 ตัว ถ้าโกรธหรือพูดทำร้ายใคร 10…

คลื่นซึนามิดิจิตอลเปลี่ยนโลก

คลื่นซึนามิดิจิตอลเปลี่ยนโลก โลกยุคดิจิตอล “น่ากลัว” กว่าที่คิด !!! เปรียบเหมือน “คลื่นยักษ์” ที่ทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า แถมเป็นคลื่นซึนามิที่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เปลี่ยนชีวิตเราอย่างรุนแรงอย่างรวดเร็วไปเรื่อยๆไม่หยุดยั้งง่ายๆ คลื่นลูกนี้ได้เข้ามา”พลิกโลก”(ทำลายล้าง) ธุรกิจฟิล์มถ่ายรูปแล้ว ต่อมาก็ทำลายล้างธุรกิจเทปซีดี ตอนนี้กำลังทำลายล้างธุรกิจทีวีและธุรกิจสิ่งพิมพ์ (ปัจจุบัน คนแทบไม่ดูทีวี คนอ่านหนังสือน้อยลงมาก หันไปเล่นสมาร์ทโฟนกันหมด) ต่อไป คลื่นลูกนี้กำลังมุ่งสู่ธุรกิจการเงินการธนนคาร โดยสาขาของธนาคารหลายแห่งจะปิดตัว หรือควบรวมกิจการ หันเป็นใช้ธนาคารบนมือถึอ และกระเป๋าเงินออนไลน์ เปลี่ยนให้ห้างสรรพสินค้าจะเป็นเหมือนโชว์รูม คือคนไปเดินดูสินค้า แต่ไม่ซื้อ หรือไปกินอาหารเฉยๆ แล้วกลับมาซื้อผ่านออนไลน์ที่ถูกกว่า 20-30% แล้วก็มี Kerry เอาสินค้ามาส่งถึงบ้าน ยังมีธุรกิจอีกมากมายที่ “รอคิว” ที่จะถูกทำลายล้างอยู่ โดยภายในอีกไม่กี่ปี ตำแหน่งงานที่เคยทำกันทุกประเทศรวมทั้งในไทยจะหายไปหลายล้านตำแหน่ง แต่ก็จะเกิดตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่เราไม่เคยรู้จักขึ้นมาเหมือนกัน แล้วเราถามตัวเองหรือยังว่า…

ข้าวออร์แกนิค คืออะไร?

ข้าวเปลือกหอมมะลิ-font2

ข้าวอินทรีย์ หรือ ข้าวออร์แกนิค (Organic Rice) เป็นข้าวที่ได้จากการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นวิธีการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีหรือสารสังเคราะห์ต่างๆ เป็นต้นว่า ปุ๋ยเคมี สารควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมและกำจัดวัชพืช สารป้องกันกำจัดโรค–แมลงและสัตว์ศัตรูข้าวในทุกขั้นตอนการผลิต และในระหว่างการเก็บรักษาผลผลิต หากมีความจำเป็นแนะนำให้ใช้วัสดุจากธรรมชาติ และสารสกัดจากพืชที่ไม่มีพิษต่อคนหรือไม่มีสารพิษตกค้างปนเปื้อนในผลผลิต ในดินและในน้ำ ในขณะเดียวกันยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งเป็นการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย ทำให้ได้ผลิตผลข้าวที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยจากอันตรายของผลของสารตกค้าง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเพื่อให้เกิดความมั่นใจและเชื่อถือในระบบการผลิตและผลิตภัณฑ์ จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน เช่น มาตรฐานออร์แกนิคไทยแลนด์ หรือมาตรฐานออร์แกนิคระดับสากลอย่าง IFOAM, USDA ของอเมริกา, JAS ของญี่ปุ่น, BioAgreCert ของอิตาลี ฯลฯ การผลิตข้าวอินทรีย์เป็นระบบการผลิตทางการเกษตรที่เน้นเรื่องของธรรมชาติเป็นสำคัญ ได้แก่ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ การรักษาสมดุลธรรมชาติและการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ เพื่อการผลิตอย่างยั่งยืน…

PGS มาตรฐานออร์แกนิคแบบมีส่วนร่วม

มาตรฐานรับรอง PGS

ระบบชุมชนรับรองออร์แกนิค PGS การรับรองแบบมีส่วนร่วม participatory guarantee system (PGS) ความเป็นมาของ พีจีเอส ระบบ “ชุมชนรับรอง” นี้เป็นการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์รูปแบบหนึ่ง ที่เป็นการรับรองเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกลุ่มโดยองค์กรผู้ผลิตเอง (first party certification) แต่ในบางกรณี ก็อาจเป็นการดำเนินการของผู้ซื้อผลผลิตจากเกษตรกร (second party certification) แต่ไม่ใช่เป็นการตรวจรับรองโดยหน่วยงานอิสระ (third party) โดยระบบชุมชนรับรองนี้จะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในระบบการตรวจรับรองมากกว่าระบบการตรวจรับรองแบบอื่น ระบบชุมชนรับรองนี้ริเริ่มขึ้นโดยสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า IFOAM (International Federation of Organic Agriculture Movements) กับหน่วยงานระหว่างประเทศและองค์กรท้องถิ่นอีกหลายแห่ง ซึ่งเห็นร่วมว่า ระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานอิสระจากภายนอกนั้นไม่ได้เหมาะกับเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์เพื่อขายในท้องถิ่น เพราะระบบการตรวจสอบรับรองโดยองค์กรอิสระมีระเบียบข้อกำหนดที่ค่อนข้างเข้มงวดที่สลับซับซ้อนและมากเกินความจำเป็นสำหรับการทำการตลาดผลผลิตเกษตรอินทรีย์ในท้องถิ่น (ความซับซ้อนของระเบียบข้อกำหนดนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ต้องมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในการขึ้นทะเบียนเพื่อให้ได้รับการยอมรับระบบการตรวจรับรอง ส่งผลให้หน่วยตรวจรับรองต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตรวจรับรองที่สูงจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์)…