Chabaikhao

Chabaikhao

ศูนย์แปรรูปอาหารจังหวัดแพร่

มีข้อเสนอแนะอยู่บางประเด็นที่น่าสนใจสำหรับจังหวัดแพร่ของเรา ถ้าเมืองแพร่ของเรามีฮับ (HUB) หรือศูนย์กลางการแปรรูปอาหารไว้ที่ศูนย์กลางของจังหวัดก็ดีนะครับ เช่น 1. ในจังหวัดเราปลูกข้าวกันเยอะ หากมีเครื่องสีข้าวขาวหรือข้าวกล้องที่ที่ทันสมัยสามารถนำข้าวไปสีแล้วออกมาเป็นเมล็ดที่สวยงาม สะอาดคุณภาพดี เทียบเท่ากับโรงงานผลิตข้าวของเอกชน ที่สำคัญมีเครื่องยิงคัดเมล็ดสีข้าวปนด้วยเลเซอร์ ที่สามารถคัดข้าวปนสีแดงออกจากข้าวหอมมะลิได้ ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าข้าวได้อย่างมาก 2. ในศูนย์เดียวกันนี้ก็มีส่วนแปรรูปผลไม้ ที่เป็นเทคโนโลยีแปรรูปที่ทันสมัยสะอาดได้มาตรฐาน GAP ISO ที่เป็นแบบกลางกลาง สามารถใช้กับผลไม้ได้หลากหลายประเภท เช่นเครื่องฟรีดดราย (Freeze Dry) ที่สามารถแปรรูปผลไม้ได้เกือบทุกชนิด มีเครื่องอบผลไม้ที่สามารถอบแห้งผลไม้และสมุนไพรได้หลากหลายชนิด 3. ในศูนย์เดียวกันนี้ มีส่วนงาน Packing ที่สามารถ แพ็คอาหารที่นำมาแปรรูปได้แบบสุญญากาศ หรือแบบสุญญากาศใส่ไนโตรเจน หรือแบบธรรมดา ในถุงบรรจุที่มีรูปแบบหลายรูปอยู่แล้วในตลาดบรรจุภัณฑ์ แล้วเกษตรกรนำไปติดฉลากในแบรนด์ของตัวเองได้ 4. จะทำในรูปแบบบริษัทประชารัฐ โดยมีหน่วยงานราชการ เอกชน ประชาคม…

คิวบา ประเทศเกษตรอินทรีย์ 100%

แด่ ฟีเดล คาสโตร แด่ประเทศคิวบา ประเทศเกษตรอินทรีย์ 100% ช่วงที่อเมริกาออกล่าอาณานิคม ทั้งทางเศรษฐกิจ และสร้างฐานทัพนอกประเทศอเมริกานั้น ฟีเดล คาสโตร คือผู้นำคนหนึ่งกล้าท้าทายอำนาจอเมริกา นอกจากฝั่งรัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ จริงแล้วคล้ายๆ ซัดดัม แต่คิวบาอยู่ใกล้อเมริกามากกว่า เลยไม่กล้าทำอะไรเหมือนซัดดัมและประเทศอิรัก ถึงถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากอเมริกาและประเทศตะวันตกที่เรียกตัวเองว่าประชาธิบไตย หรือประเทศเสรี แต่คิวบาด้วยการนำของ ฟีเดล คาสโตร ก็สามารถยืนบนลำแข็งตัวเองได้ และพัฒนาตัวเองจนเป็นประเทศที่มีมาตรฐานทางการแพทย์มากเป็นอันดับหัวหัวของโลก ด้านการศึกษาคนคิวบาก็มีการศึกษาจนมีความรู้สูงอันดับต้นๆ ของโลก ภายใต้ความกดดัน ความเร้นแค้นจากการถูกคว่ำบาตร จนประเทศที่มีความขาดแคลนเกือบทุกด้าน แต่มหาวิทยาลัยในคิวบานั้นใหญ่โตมาก คาสโตรให้ความสำคัญกับการสร้างการศึกษาและผลิตองค์ความรู้ คาสโตรสนับ สนุนการค้นคว้าเทคโนโลยีที่จะปรับเปลี่ยนการผลิต ทำปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เกษตรอินทรีย์ ฯลฯ พยายามสร้างความมั่นคงทางอาหารเพื่อให้ประเทศอยู่ได้…

ปลูกข้าวอินทรีย์ กันมั้ย

ตี่บ้านไร่ต้นฝัน ปลูกข้าวอินทรีย์ มาเมิน(นาน)แล้ว ขั้นตอนเริ่ม ปลูกข้าว เฮาจะกันที่แปลงเล็กๆ ผืนหนึ่ง ทางภาคเหนือเฮาฮ้องว่า “ตะกล้าข้าว” ก็คือแปลงเพาะต้นกล้าข้าวนั่นแหละเจ้า เฮาหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวที่แช่น้ำจนงอกแล้วลงไปในแปลง รอจนข้าวเติบโตจนเป็นต้นกล้า พอต้นกล้าโตได้สักเดือนหนึ่ง เฮาก็จะถอนกล้า เรียกว่า “ตกกล้า” เพื่อนำไปดำนา ก่อนเพาะต้นกล้า เฮาบ่ได้ฉีดยาฆ่าหญ้าเน้อ ใช้เครื่องตัดหญ้าแล้วไถกลบ เมล็ดพันธุ์ข้าว ก็เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เฮาเก็บไว้ใช้เอง เป็นเมล็ดพันธุ์ออร์แกนิคจากฤดูกาลที่แล้ว บ่ได้คลุกยาเคมีกันแมลงใดใดทั้งสิ้น เรื่องปุ๋ย เฮาก็ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ บ่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีเด็ดขาด ข้าวของเฮาเลยเป็นข้าวออร์แกนิคตั้งแต่กำเนิดเลย ลงแขกดำนา การลงแขกดำนาคือการร่วมแรงของเพื่อนชาวนามาช่วยกันดำนา เสร็จจากนาคนนี้ ก็ไปช่วยกันนาคนโน้นเป็นประเพณีที่สวยงามของชาวนาไทย แต่เดี๋ยวนี้ก็จึดจางลงไปบ้าง คือต้องมีการจ่ายค่าจ้างบางคนที่ไม่ได้ทำนาของตัวเอง แต่ประสงค์จะรับจ้างทำนาเพื่อเป็นรายได้ไปเลียงครอบครัว ก็เป็นวิถีชีวิตหนึ่งของเกษตรกรแถวๆ บ้านไร่ต้นฝันของเฮา เฮาจะมัดกล้าข้าวเป็นมัดๆ แล้วโยนมัดกล้าไปไว้ในนาเป็นระยะๆ เพื่อให้หน่วยดำนาถอยมาหยิบแล้วปักดำต่อ…

ปุ๋ยอินทรีย์ ที่บ้านไร่ต้นฝัน

บ้านไร่ต้นฝันใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ (ปุ๋ยออร์แกนิค) ในการทำนามานานร่วมจะ 10 ปีแล้ว ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีอย่างสิ้นเชิงเลย เราใช้ปุ๋ยอินทรีย์หลายแบบเหมือนกันในการทำนา แล้วก็ใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอด้วยนะ ไม่อยากให้ต้นข้าวหิว เดี๋ยวข้าวโมโหหิวไม่ออกรวงหรือออกรวงไม่ดีให้เราแล้วจะยุ่งกันใหญ่ ตัวแรก เราใช้อินทรียวัตถุชีวภาพ สูตรเพาะกล้า ตรามดเขียว ในขั้นตอนเพาะต้นกล้าข้าว มันเป็นทั้งอาหารของต้นกล้า และมีจุลินทรีย์ไทโคเดอม่าป้องกันโรครากเน่าให้ข้าวด้วย ตัวที่ 2 เราใช้ อินทรียวัตถุปรับปรุงดิน ตรามดเขียว 100 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนไถแปร เพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน ซึ่งมีทั้งอาหารของต้นข้าวและยังช่วยอุ้มน้ำ อุ้มสารอาหารอื่นเอาไว้ให้ข้าวได้กินนานๆ แถมยังทำให้ดินร่วนซุยไม่แน่นแข็งรากข้าวที่จะแตกแขนงจะได้ชอนไชได้อย่างอิสระเสรี ตัวที่ 3 ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดปั้นเม็ด ตรามดเขียว ปุ๋ยตัวนี้ใช้หลายครั้ง หว่านครั้งแรกหลังจากดำนาได้ 10 วัน ไร่ละ 50 กิโลกรัม…

แมลง เพื่อนรัก

วันนี้บ้านไร่ต้นฝันขอเล่าเรื่องแมลงๆ ให้ฟังนะจ๊ะ  การไม่ใช้สารเคมีในนาข้าวทำให้นาของเรามีเพื่อนๆ แมลงมากมายเข้ามาอยู่อาศัยกันอย่างสุขสบาย แมลงเหล่านี้เรียกรวมๆ ว่า “ตัวห้ำ” และ “ตัวเบียน” เป็นคำที่ใช้เรียกแมลงฝ่ายดี ตัวห้ำก็แยกได้หลายชนิด ตัวเบียนก็แยกไปอีกหลายชนิด ขอไม่แยกแยะให้ฟังก็แล้วกันนะ(กลัวผิด) เอาเป็นแมลงเหล่านี้เข้ามาอาศัยแล้วสร้างสมดุลให้นาข้าวของเรา โดยช่วยกัดกินแมลงที่ทำร้าย ทำลายข้าวของเรา ทำให้เราไม่ต้องใช้สารเคมีหรือสารอินทรีย์ฆ่าหรือไล่แมลงศัตรูข้าว พูดได้ว่าพวกเขาช่วยดูแลข้าวให้เราอีกแรง มันเป็นวัฏจักรอย่างหนึ่ง คือ เราไม่ให้สารเคมีฆ่าแมลง พวกแมลงดีๆ ก็เข้ามาอยู่อาศัยในนาของเรา แมลงดีก็จะเป็น รภป. คอยจัดการแมลงร้ายให้เรา เราก็ไม่ต้องใช้สารเคมีในการฆ่าแมลง ไม่เปลือง ไม่บาปด้วย ฟังดู! ก็ง่ายๆ นะจ๊ะ แต่ก็ไม่ง่ายนะจ๊ะ ในภาพที่โฟสต์ให้ดูก็มี แมงมุมลาย ตัวนี้ชักใยระหว่างใบข้าวดักเหยี่อกันเลย ตัวที่สองคือ แมลงปอ ที่เรารู้จักกันดี ในกรุงเทพฯไม่ค่อยได้เห็นกันแล้วเน้าะ…

อันตราย! “ข้าวรมยา”

ข่าวเรื่อง ข้าวเน่า ข้าวมีสารปนเปื้อน ข้าวรมยา ใช้สารเคมีฉีดพ่นข้าวเพื่อเก็บข้าวที่เป็นอันตราย ทำให้ประชาชนคนกินข้าวไม่สบายใจไปตามๆ กัน ยิ่งกระแสการโพสต์ต่อ ๆ กันในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กจนทำให้ความน่าตกใจขยายเป็นวงกว้าง แต่ที่มีอะไรมากกว่าอันตรายจากการรมยาข้าวก็ยังมีที่เราๆ ท่านๆ ไม่รู้ปัญหา ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ข้าวที่เรากินไม่ปลอดภัยอยู่ที่ความชื้นและสารเคมีปนเปื้อน ทั้งจากสารเคมีที่ใช้ทางการเกษตรในระหว่างการเพาะปลูกเช่นปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า ฆ่าวัชพืช การพ่นยาฆ่าแมลงศัตรูข้าว ไปจนถึงสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการปรับปรุงคุณภาพข้าว ก็คือการใช้สารเคมีรมยาฆ่ามอด ป้องกันมอด โดยประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องมาตรฐานสินค้าข้าว พ.ศ.2540 ของไทยเรานั้น มุ่งเน้นความปลอดภัยไปที่ความชื้นเป็นสำคัญ กล่าวว่าสินค้าข้าวทุกประเภทจะต้องมีความชื้น ไม่เกินร้อยละ 14 ส่วนกฎหมายที่ใช้เป็นสากลอย่าง CODEX STANDARD FOR RICE (CODEX STAN 198-1995) นั้นจะกำหนดความชื้นของข้าวทุกชนิด ไม่เกินร้อยละ 15…

ความจริงของ ข้าวหุงขึ้นหม้อ

ลักษณะของข้าว

คนกินข้าวอย่างเราโดนคำพูดกรอกหูมานานจนฝังหัวไปแล้วว่า ข้าวหุงขึ้นหม้อ เป็นข้าวที่ดี บวกกับเมื่อมองทางกายภาพแล้วมันก็ดูฟูน่ากิน ยิ่งพอเปิดหม้อหุงข้าวแล้วได้กลิ่นฉุยและสัมผัสความร้อนที่กระจายมากระทบใบหน้าแล้ว…ต้องยอมรับว่ามันเพิ่มความน่ากินเข้าไปอีก เมื่อตาเห็น จมูกได้กลิ่น กายได้สัมผัส ก็เสร็จมันซะจานสองจาน…อิ่มแปล้ ความจริง! ข้าวที่หุงขึ้นหม้อส่วนใหญ่จะเป็นข้าวขาว ถูกขัดสีซะจนขาว มันคือข้าวแบบที่เราซื้อตามห้างถุงละ 5 กิโลนี่แหละ รู้มั้ยครับมันถูกเก็บมาเป็นปีปี บางที 2 -3 ปี ด้วยเหตุผลหลายประการของโรงสีซึ่งก็คือพ่อค้านี่แหละครับ บ้างก็เพื่อเก็งกำไร บางเพื่อส่งออกแต่ไม่ได้ส่ง บ้างก็ไปซื้อต่อมาจากพ่อค้าคนอื่นอีกต่อ ฯลฯ การเก็บข้าวเขาทำกันอย่างไร ลองอ่านดูในเรื่องข้าวเรื่องที่แล้วดูนะครับ แต่ในที่นี้ผมจะพูดถึงความชื้นครับ ข้าวที่ถูกเกี่ยวมาใหม่ๆ จากมีความชื้นสูง พ่อค้าไม่ชอบความชื้นสูงเพราะข้าวมันจะหนัก พ่อค้าจะได้กำไรน้อย สมมติว่า ถ้าเป็นข้าวเกี่ยวใหม่ใน 1 กิโลกรัม มีข้าว 100,000 เมล็ด แต่ถ้าทิ้งไว้สักเดือนหนึ่ง…

นาโยน คุณก็ทำได้

บ้านไร่ต้นฝัน เฮาปลูกข้าวแบบนาโยนด้วย เป็นการตัวอย่างให้คนในหมู่บ้านของเฮา เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการปลูกข้าวที่สูงขึ้นทุกปี และลดปัญหาแรงงานปลูกข้าว รวมทั้งลดความเหนื่อยของหมู่เฮาเอง เราเพาะกล้าในกระบะเพาะกล้าขนาด 434 หลุม ได้ต้นกล้าที่สมบูรณ์แข็งแรงจนใครเห็นก็ร้องทักว่าข้าวเราเขียวดีจัง เปิดดูรากด้านล่าง ก็มีรากที่สมบูรณ์ดีมาก แทงทะลุรูใต้ถาดออกมาหากินเลย เห็นกันชัดๆ ไปเลยตันข้าวของเรา ถ้าน่าตาข้าวแข็งแรงขนาดนี้ปีนี้ข้าวของเราคงได้ผลผลิตเยอะแน่ๆ อุ๊ยคำ แห่งบ้านไร่ต้นฝัน ชาวนาตัวจริง เป็นชาวนามาทั้งชีวิต แต่ปีนี้ขอเป็นคนแรกที่ปลูกข้าวนาโยนของอำเภอลองนะเจ้า รอยยิ้มของสาวชาวนา(วัย 80 ขวบ) ชาวนารุ่นเก่า แต่มีแนวคิดทันสมัย ยอมรับวิธีทำนาใหม่ๆ ที่ใคร่ครวญแล้วว่าดี แม้มันจะขัดกับขนบที่เคยคุ้นมาตลอดชีวิต เราคอยติดตามดูกันต่อไปว่า ปีนี้ อุ๊ยคำแห่งบ้านไร่ต้นฝัน จะยิ้มได้กว้างกว่าภาพนี้หรือไม่ตอนเกี่ยวข้าว

ข้าวที่คุณกิน แต่ไม่รู้จัก

ข้าวกล้อง

ทุกวันนี้ข้าวถุงที่เรากินกันทุกๆ มื้อนั้น คุณค่าทางอาหารน้อยลงไปเรื่อยๆ แถมอาจจะทำให้เราเป็นโรคเพิ่มขึ้นได้ด้วยนะ เคยได้ยินนักวิชาการทางด้านสุขภาพตั้งข้อสังเกตว่า “คนไทยเราป่วยเป็นโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตมากขึ้น” ซึ่งก็จริง แต่หลายท่านยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมอีกว่า “ทั้ง 2 โรคนี้ มาพร้อมกับการกำเนิดของโรงสีข้าว” ลองคิดดูสิ เรากินข้าวกันทุกวัน วันละ 3 มื้อ กินติดต่อกันมาตั้งแต่เกิด ข้าวที่เรากินกันเป็นข้าวขาว ซึ่งเป็นข้าวที่ผ่านกระบวนการสีข้าวจนขาว ไม่ว่าจะเป็นข้าวพันธุ์อะไรก็เป็นสีขาวเหมือนกันหมด ข้าวหอมมะลิสีขาว ข้าวเส้าไห้สีขาวฯ จริงอยู่…ข้าวขาวดูดีสะอาดตา หรืออย่างน้อยก็ทำให้เรารู้สึกว่าสะอาดดี แต่จริงๆ แล้วข้าวขาวที่เรากินกันนั้นมีแต่แป้งทั้งนั้น จะมีกากใยบ้างก็เล็กน้อยเต็มที ตามความรู้เดิมๆ ที่เราเรียนตั้งแต่สมัยมัธยมก็คือ แป้ง เมื่อถูกย่อยจะกลายเป็นน้ำตาล ในกระเพาะอาหารเราก็ย่อยข้าวขาวที่มีแต่แป้งให้กลายเป็นน้ำตาล ดังนั้นร่างกายเราก็ดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด เป็นอย่างนี้ทุกวันๆ ละ 3 เวลาหลังอาหาร เมื่อมีน้ำตาลในเลือดเยอะคุณคงเดาออกว่าจะเป็นโรคอะไร…